วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2551

Visa trip in Kish Island

เนื่องด้วยวีซ่าของผมเป็นวีซ่าท่องเที่ยว มันอยู่ได้แค่ สามเดือน

จากนั้นก้อต้องออกนอกประเทศเพื่อเอาวีซ่าใบใหม่เข้ามาแสตมป์

หลายคนคงคิดว่าอันตรายสินะ แต่ในความอันตราย

ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง มันก็ถือเป็นความโชคดีนะ

เพราะ เรามีโอกาสได้เที่ยว ทุกๆ สามเดือน โดยที่ค่าที่พัก ค่าอาหาร ฟรี

บริษัทออกให้ แต่ค่าเที่ยวนี่ต้องออกเองนะ หะหะ

วีซ่าผมหมดวันที่ 13 มีนา แต่ผมออกเดินทางวันที่ 10 เพื่อป้องกันการผิดพลาด

เนื่องจากถ้าออกวันที่ 13 พอดี มันจะโดนปรับประมาณ 20000 บาท

แต่ตอนออกไปเพื่อกลับเข้ามาใหม่เราจะยังไม่รู้ว่า วันไหนกันแน่ที่เราจะได้กลับ

ขึ้นอยู่กับว่า วีซ่าอันใหม่จะเสร็จเมื่อไหร่

ผมออกเดินทางวันที่ 10 มีนา ไฟลท์ออก ทุ่ม สี่สิบห้า ไปถึงตั้งแต่ห้าโมงเย็น

เข้าไปนั่งรอ เคาเตอร์ เปิดให้เช็คอิน เลยหาไรกินไปพลางๆ

พอเช็คอิน พนักงานบอกตั๋วมึงยังไม่ได้ คอนเฟิร์มว่ะ

จากนั้นให้ลงชื่อในกระดาษ เป็น waiting list

แม่ม สรุปง่ายๆคือว่า ถ้าไม่มีคน แคนเซิลตั๋ว มึงอดบิน

นั่งรอไฟลท์นั้นผ่านไป ยังไม่มีที่ว่างสำหรับเรา ไม่เป็นไรยังมีอีกไฟลท์

ถึง 9:15 พนักงานมาเรียกชื่อ วู้วววววว ได้บินซะที

ด้วยความรีบกระเป๋าที่กะโหลดลงเครื่อง เลยแบกขึ้นเครื่องเลย

เครื่องออก สามทุ่ม สี่สิบห้า ไปถึงเกือบ ห้าทุ่มจากนั้นนั่งรถบัสมาถึงโรงแรมประมาณห้าทุ่มพอดี

มาเจอพี่ที่รู้จักรออยู่ หะหะ เลยสบาย จากนั้นเช็คอินที่โรงแรม

ตอนนอน นอนรวมกัน 7 คน คนไทยทั้งห้อง

ความจริงเค้าให้นอนห้องละสี่คน แต่ถ้าให้ทางโรงแรมจัดให้ คงได้นอนรวมกับชาติอื่น

เลยบอกเค้าไปขอนอนแม่มเจ็ดคนเลย มันก้อรับปากจะเอาเตียงมาเสริมให้

แต่บอกว่าพรุ่งนี้ นะคืนนี้ดึกแล้ว พอมาวันรุ่งขึ้นมันบอก เมื่อวานมันไม่ได้สัญญาว่าจะเอามาให้

แสรดดดดด เลยบอกเออ เอาหมอนกะ ผ้าห่มมาพอ

ย้อนเวลากลับมาหน่อย คืนนั้นก้อนอนหลับไปตื่นมาตอนเช้า

ไปหาข้าวกินกัน โดยที่มีเพื่อนร่วมทางเป็น สองสาวฟิลิปินที่ทำงานในออฟฟิศ

สองคนนี้ช่วยเราได้เยอะครับ เพราะภาษาอังกฤษของฟิลิปินนั้นแข็งแรงกว่าคนไทยเยอะครับ

เสร็จจากอาหารเช้า ชวนกันไปเดินตามชายหาด ถ่ายรูป น้ำทะเลใสมากมาย

จากนั้นกลับมาแฟกซ์พาสปอร์ตกลับไปให้ออฟฟิศ

ตอนบ่ายตกลงกันว่าจะไปทัวเรือดูปลา

ค่าตั๋วประมาณ ห้าร้อยบาทไทย ตอนแรกตื่นเต้นดีใจ ท่าทางน่าสนุก

พอไปจริงๆกลับขึ้นฝั่ง หัวเราะเสียงดัง "กระซิก กระซิก" เลย

ห้าร้อยบาท แลกกับแดดร้อนๆ ไปดูปลานิดหน่อย ไปดูนกแย่งขนมปังจากปลา

ไปดูประการัง ที่สวยน้อยกว่าบ้านเราประมาณ ล้านเท่า

ในเวลาไม่ถึงสอง ชม แถมยังนั่งหลับอีก หึหึ

แต่ก็หนุกดีครับ ถ้าทัวร์ตื่นเต้นสนุกสนาน มันคงเรื่องปกติ

แต่นี่ได้อีกอารมณ์ นึง คิดในแง่ดีได้อีกนะเนี่ย หะหะ

กลับมา พักผ่อน ออกไปหาไรกินกัน

สองสาวฟิลิปิน บอกว่าวีซ่าได้แล้ว พรุ่งนี้จะหลั่นล้ากลับไปดูไบซักที

ตอนค่ำเลยไปเดินซื้อของกันที่ห้างดังของเกาะ กิช ชื่อ Paradise Mall

เดินไปเรื่อย สองสาวได้แค่รองเท้าตราจระเข้ มาคนละคู่

เสร็จก็กลับไปพักผ่อน หลับเป็นตายเลยท่าทางจะเหนื่อย

ตื่นอีกทีเที่ยงของอีกวัน คนงานที่ไปด้วยบอกมีชื่อขึ้นแล้วเลยถ่างตามาดู

เออ ได้วีซ่าแล้วววววว แอบดีใจ แต่แอบคิดว่ากลับไปตอนนี้ ก้อต้องทำงานเลยดิวะ

ดึงเช็งสักหน่อย กลับวันถัดไปดีกว่า ได้หยุดเพิ่มอีกวัน

หะหะตอนเย็นเลยไปซื้อทัวรอบเมือง เป็นแบบขึ้นรถบัส ไปตามสถานที่สำคัญๆของเกาะ

ร้อยบาทเอง คนที่เคยไปมาแล้วบอกคุ้ม สวย หรู เออไปๆ มาเที่ยวอยู่แล้วต้องเก็บให้หมด

ไกด์บอก รถออกห้าโมงนะจ๊ะ เราเลยได้ขึ้นไปงีบอีกหน่อย

จากนั้นดูนาฬิกา ห้าโมงแล้วว รีบตาลนตาเหลือก รถจะออกแว้ววว

แต่มีคนทักว่า ที่นี่เวลามันช้ากว่าดูไบ ครึ่ง ชม เลยชิล หลับต่ออีกหน่อย

มาถึงรถออกไปแล้ว เอาตั๋วมาดูเขียนไว้ " 5:00 Dubai Time"

กูล่ะเซ็ง เลยไม่ได้ทำไร เอาวีซ่าไปคอนเฟิร์มตั๋ว

รุ่งขึ้นเช็คเอ้าท์ ประมาณเจ็ดโมงเช้า เครื่องขึ้น เก้าโมงสี่สิบห้า

ถึงดูไบประมาณ 11 โมง ทำไรเสร็จ ประมาณเที่ยง แต่คนงานคนนึงหากระเป๋าไม่เจอ

เลยต้องรอตามเรื่อง ถึงบ่ายสองโทรไปเค้าบอกกระเป๋ากำลังมา ประมาณทุ่มนึง โทรมาอีกรอบ

เลยตัดสินใจกลับแค้มป์ดีกว่า โบกแท็กซี่ออกมาสักพัก พนักงานโทรมาบอกกระเป๋ามาแว้ว

เลยวกกลับไปสนามบินอีกรอบ ไปเอากระเป๋า

กลับถึงแค้มป์เกือบสี่โมง กับค่าแท็กซี่ประมาณ หนึ่งพันเจ็ดร้อยบาทไทย

ถึงซะที วู้ววว

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

"5:00 Dubai Time"

--- มึงพลาดสินะ ยึกยัก กร๊ากกกกกก

ธานคับ กล่าวว่า...

หวัดดีครับคุณตั้ม เขียนหนุกดีครับ ผมชอบอ่าน 555